ถ้ามือใหม่จะเริ่มต้นทำระบบไลฟ์ ควรเริ่มลงทุนกับอะไรก่อนบ้าง เพื่อจะไม่ทำให้งบบานปลาย แต่ยังได้งานที่ดี

การทำไลฟ์นอกจากจะทำง่ายและมีผู้ไลฟ์จำนวนมากมายที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่ธุรกิจและการเพิ่มผู้ติดตาม หลายคนเริ่มต้นจากการไลฟ์ผ่านมือถือง่าย ๆ แต่ก็อยากจะทำระบบให้ดีขึ้นแต่ก็ไม่อยากให้งบบานปลาย ซึ่งถ้ามือใหม่จะเริ่มต้นทำระบบไลฟ์ ควรเริ่มลงทุนกับอะไรก่อนบ้าง เพื่อจะไม่ทำให้งบบานปลาย แต่ยังได้งานที่ดี ต้องมีอะไร เลือกใช้งานอะไรได้บ้าง ลองมาดูด้วยกันครับ

1. กล้องที่จะใช้งานไม่ต้องระดับโปรมากกล้องคอมแพคก็ใช้งานได้ดี 

สิ่งแรกที่นึกถึงเกี่ยวกับงานไลฟ์ คือการเลือกกล้องเพื่อจะได้ภาพที่สวยคมชัด ผู้ชมจะได้ดูภาพที่สวย รายละเอียดชัดเจน กล้องที่ใช้ก็อยากจะให้เป็นกล้องที่ดี สำหรับมือใหม่ในตอนเริ่มต้นยังไม่จำเป็นต้องใช้กล้องและเลนส์ระดับโปรที่มีราคาสูง แต่ลองเลือกใช้งานกล้องคอมแพคที่มีระบบโฟกัสรวดเร็วแม่นยำ ให้สีสันที่สวย ใช้งานได้ทั้งการไลฟ์ในแนวตั้ง และแนวนอน ซึ่งถ้าไฟสว่างพอ กล้องพวกนี้จะชัดมาก ดูดีเลย แต่ที่สำคัญกล้องจะต้องเป็นแบบ Clean HDMI เพื่อไม่ให้มีรายละเอียดและข้อมูลการตั้งค่าต่าง ๆ ขึ้นมารบกวนหน้าจอเวลาไลฟ์นั่นเอง 

2. เลือกซื้อไมค์ที่ฟังก์ชั่นที่ครอบคลุมการใช้งาน เสียงดี 

ไมค์ในปัจจุบันมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย แตกต่างทั้งรูปร่าง การใช้งาน ความคล่องตัว มีทั้งแบบตั้งโต๊ะ ไมค์สาย และไมค์ไร้สาย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเลือกเพื่อที่ให้เหมาะกับการทำงาน โดยไมโครโฟนแต่ละตัวจะมีลักษณะการรับเสียงที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ถ้าต้องการไมค์ตั้งโต๊ะที่รับเสียงได้ดีไมค์ที่รับเสียงแบบ Cardioid ที่รับเสียงได้จากโดยตรงจากด้านหน้า ก็จะเก็บเสียงได้ดี หรือถ้าอยากได้ไมค์ไร้สาย การรับเสียงจะเน้นการรับเสียงรอบด้าน Omni-directional เพื่อให้ผู้ใช้งานติดไมค์แม้ตำแหน่งที่ไกลจากปากผู้พูด ก็ยังคงเก็บเสียงได้ดี 

3. เลือกไฟสตูดิโอคุณภาพดี สีตรง เพิ่มความสว่างอย่างเพียงพอ มี Softbox ในตัวถ้าพื้นที่จำกัด

นอกจากความสว่างที่เพียงพอจะทำให้ภาพคมชัดแล้ว เรื่องความตรงของสีสันก็เพิ่มคุณภาพงานไลฟ์ได้ด้วยเช่นกัน ด้วยการให้สีที่ตรง การอ้างอิงสีสินค้าและผลิตภัณฑ์จึงถูกต้อง ผู้ที่สนใจในตัวสินค้าจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้ไลฟ์เพื่อใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งถ้าหากต้องการให้ไฟดูนุ่มลง แสงดูละมุน ผิวนวลเนียน การใส่ Light modifier หรือ Softbox ก็จะเพิ่มความละมุนได้ โดยเลือกจากลักษณะทั้งแบบกลม แบบกล่อง แต่ถ้าพื้นที่ในการไลฟ์จำกัด ไฟสตูดิโอที่มี Softbox หรือสามารถปรับแสงนุ่มได้ในตัวก็จะช่วยลดพื้นที่ในการทำงานและการจัดเก็บได้อีกด้วย 

4. ใช้ตัวเสริมไฟ ใช้รีเฟลคแทนไฟหลายดวงได้ เน้นสะท้อนแสงเพื่อไม่ต้องซื้อไฟหลายตัว 

เมื่อเพิ่มไฟเสริม จะช่วยให้ความสว่างและมิติของภาพดูดีขึ้น สว่างชัดใส แต่สำหรับมือใหม่ การซื้อไฟเสริม อาจจะต้องลงทุนค่อนข้างมาก การเลือกใช้รีเฟลคแทนไฟก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลง โดยวางรีเฟลคเพื่อให้สะท้อนแสงจากไฟหลักหรือสะท้อนจากหน้าต่างไปที่ตัวแบบ หรือการจัดแสงเงาเพื่อสร้างมิติและความน่าสนใจในระหว่างการไลฟ์  

5. Capture Card ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สัญญาณดีไม่หน่วง 

Capture Card เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณจากกล้อง ซึ่งเป็นไฟล์ภาพและเสียงขนาดใหญ่ เข้าสู่คอมพิวเตอร์และอัพโหลดเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต โดย Capture Card จะช่วยทั้งให้การส่งข้อมูลภาพและเสียงขนาดใหญ่ได้อย่างมีคุณภาพ และบางรุ่นยังช่วยต่อกล้องหลายตัว สลับภาพหลายมุมและบันทึกการไลฟ์ เก็บเป็นไฟล์วิดีโอเพื่อนำไปใช้ในภายหลังได้อีกด้วย ซึ่งการเลือกใช้งานเลือกได้จากความสามารถในการพกพา ราคา ความจริงจังในการทำงาน เช่น งาน Broadcasting ที่ต้องใช้กล้องหลายตัวหลายมุม การทำ Game streaming และสำหรับมือใหม่ควรเลือกที่ใช้งานง่าย ต่อแล้วไลฟ์ได้ทันที ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องเสียเวลาติดตั้ง

สมัครรับโปรโมชั่น

เพิ่มเพื่อน LINE@ เพื่อรับข่าวสารการเปิดตัวสินค้าและโปรโมชั่น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น